ศาลเพียงตา คืออะไร?

ศาลเพียงตา (ศาลเพียงตาเพียงใจ) ตามตำราพระเวทของไทยและพิธีกรรมทางพราหมณ์ของไทยตั้งแต่โบราณกาล
ในทางคติความเชื่อและพิธีกรรมไทยตั้งแต่ครั้งโบราณ คำว่า “ศาลเพียงตา” (ศาลที่ตั้งขึ้นชั่วคราวในมณฑลพิธีพราหมณ์) ประวัติและความหมายของ “ศาลเพียงตา” คือ ศาลที่สร้างขึ้นเป็นการชั่วคราวในปริมณฑลพิธี เพื่อใช้ในการประกอบพิธีกรรมบวงสรวง อัญเชิญเทพยดา เสนาธิกาล เพื่อพิธีเทวานุเคราะห์ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ลงมารับเครื่องสังเวยบวงสรวง และช่วยปกป้องคุ้มครองมณฑลพิธีนั้นๆ ศาลเพียงตานั้นลักษณะทางกายภาพของศาล ที่จะปลูกสร้างให้มีความสูงจากพื้นดินขึ้นไปชั้นบนถึงระดับสายตา หรือ “สูงเพียงตา” ของคนยืนพอดี ซึ่งถือเป็นระดับมาตรฐาน มักทำด้วยไม้มงคล มีเสา 6 ต้น ปูพื้นด้วยไม้กระดานหรือไม้ไผ่สับฟากส่วนชั้นล่างตามตำราของพราหมณ์ทวดบอกว่าให้ทำให้มีความสูงเพียงใจ (ประมาณความสูงระดับหัวใจ) โบราณจะตั้งศาลเพียงตาใช้ในงานพิธีสำคัญๆ ทั้งพิธีหลวง พิธีราษฎร์ และพิธีในวัด เช่นพิธีพุทธาภิเษกพิธีปลุกเสกเครื่องรางของขลัง พิธีปลูกสร้างสิ่งสำคัญต่างๆ เป็นต้น ฯลฯ เมื่อเสร็จสิ้นพิธีกรรมแล้วมักจะรื้อถอนออก ไม่ได้ตั้งไว้ถาวร ซึ่งการตั้งศาลเพียงตานั้นก็ต้องมีพิธี และตอนถอนออกก็ต้องมีการสวดถอนให้ถูกต้องทุกๆครั้ง
ในตำราพระเวทไทยโบราณ กล่าวถึงศาลเพียวตาชั่วคราวที่มีความจำเป็นต้องนำมาตั้งเพื่อวางบัตรพลี ถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในทางปฏิบัติ เนื่องจากแท่นบูชาถาวร (เช่น ศาลพระพรหม ศาลเทพ ศาลพระภูมิ หรือโต๊ะบวงสรวงหลัก) มีไว้สำหรับเทพชั้นสูง ส่วนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เจ้าที่แต่เดิมในบริเวณนั้น จะต้องแยกมาถวายเครื่องสังเวยบนศาลเพียงตาและบัตรพลีต่างหาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโทษแก่ผู้ประกอบพิธีและเจ้าการ เหตุผลและความจำเป็นและโครงสร้างตามตำรา มีหลักการสำคัญว่าทำไมตำราต้องกำหนดให้ตั้งศาลเพียงตาเพื่อวางบัตรพลี? การจำแนกชั้นภูมิของจิตวิญญาณ ตามตำราโบราณถือเรื่อง “ชนชั้นของเทพ” อย่างเคร่งครัด อาหารคาวหวานและกุ้งพล่าปลายำที่เรียกว่า “บัตรพลี” มักใช้เซ่นสรวงเจ้ากรุงพาลี (พระภูมิเจ้าที่) เทวดาชั้นล่าง รุกขเทวดา หรือเจ้าที่ท้องถิ่น จึงไม่สามารถนำไปวางปะปนบนโต๊ะบวงสรวงมหาเทพได้ ต้องแยกมาวางที่ศาลเพียงตาซึ่งเป็นการการขอขมาและเปิดทางก่อนเริ่มงานใหญ่ ก่อนจะทำการพิธีมงคลต่างๆ เช่น ปลูกสร้างบ้าน ตัดไม้ใหญ่ หรือทำพิธีพุทธาภิเษก ต้องตั้งศาลเพียงตาและวางบัตรพลีเพื่อ “พลีกรรม” (การสละสิทธิ์หรือขออนุญาต) เจ้าที่เจ้าทางเดิม เพื่อไม่ให้ท่านขัดขวางหรือสาปแช่ง ศาลเพียงตาเป็นที่สถิตชั่วคราวชื่นชมยินดีเครื่องสังเวย ดั่งคำบวงสรวงที่กล่าวว่า เครื่องบูชาสังเวย ควรชมเชยวรามิส ข้าตั้งจิตบูชา ภักษ์โภชชาของเหล่ามนุษย์ อันบริษุทธิ์อุดมเลิศ ข้าบรรเจิดบรรจงถวาย อเนกหลายเลิศล้ำ เทพนั้นซ้ำเชิญบริรักษ์ จงพิทักษ์ใน (ชื่อเจ้าการ) เป็นต้นฯ ดังนี้
อนึ่ง ศาลเพียงตาทำหน้าที่เหมือน “โต๊ะรับรองพิเศษ” จัดสร้างขึ้นสำหรับวางบัตรพลีพระเกตุ (ชั้นบนสุด) และบัตรพลีพระภูมิเจ้าที่ บัตรพลีเจ้ากรุงพาลี (วางชั้นล่าง) เพื่อต้อนรับเทวดาอันลงมาแต่ชั้นสูง พระเกตุอันเป็นเทพที่ดูแลฤกษ์ประจำดาวโลกแห่งนี้ หรือที่โหรเรียกว่า ดาวพระเกตุ ซึ่งถ้าเปรียบผู้ทำหน้าที่ในโลกมนุษย์ เทวดาพระเกตุ เทวดาเจ้ากรุงพาลี เทวดาพระภูมิเจ้าที่ทั้ง9 ก็คือเทวดาเจ้าถิ่นซึ่งจะต้องอัญเชิญมาประทับที่ศาลเพียงตา ซึ่งเทพยดาเหล่าท่านอาจจะเชิญ เจ้าพ่อหลักเมือง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง หรือรุกขเทวาประจำท้องถิ่นนั้นๆ มาประทับที่ศาลเพียงตา เพื่อมารอคอยต้อนรับเทพชั้นสูงเช่น พระพรหม พระอิศวร พระนารายณ์ พระพิฆเนศวร และเทพผู้สูงศักดิ์ต่างๆ เป็นต้น ฯลฯ เมื่อเสร็จพิธีกรรมและรับเครื่องสังเวยเสร็จ พราหมณ์หรือเจ้าพิธีก็จะทำพิธีสวดลาศาลเพียงตา รื้อถอนศาลเพียงตาออกนำไปเก็บไว้ในที่อันควร เพื่อเอาไว้ใช้ในพิธีอื่นๆต่อไป
บทความเรื่อง ศาลเพียงตา โดย พ่อครูพราหมณ์พิธีมหิธรมลราชสุภาวดี (พราหมณ์ธวัชชัย วิภีษณพราหมณ์)
ห้ามคัดลอกบทความไปเผยแพร่ต่อหรือทำหนังสือโดยไม่ได้รับอนุญาต
ศาลเพียงตา #การตั้งศาลเพียงตา #ศาลเพียงตาคืออะไร #ศาลเพียงตากับพิธีพราหมณ์ #รับทำศาลเพียงตา