ประวัติต้นพรหมจรรย์หรือต้น”เซียนเช่า” (仙草)

ต้นพรหมจรรย์ หรือที่ชาวไทยเชื้อสายจีนรู้จักกันในชื่อ “ต้นเซียนเช่า” (หรือเซียงเช่า) (仙草) คือ ไม้มงคลโบราณที่นิยมปลูกเพื่อปกป้องบ้านเรือนจากสิ่งชั่วร้าย และนำมาใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและงานมงคลต่างๆ ตามความเชื่อและพิธีกรรมในการป้องกันสิ่งลี้ลับ เชื่อว่าการปลูกไว้ในบริเวณบ้านจะช่วยป้องกันภูตผีปีศาจ คุณไสย และเสนียดจัญไรไม่ให้กล้ำกรายเข้ามาทำร้ายผู้อยู่อาศัย ใช้ใส่ในน้ำเพื่อล้างชำระหลังจากงานศพ นิยมปลูกคู่กับต้นทับทิม เมื่อกลับมาจากงานศพ ให้นำกิ่งเซียนเช่าและใบทับทิมมาแช่น้ำรวมกันเพื่อล้างหน้า ล้างมือ และล้างเท้าก่อนเข้าในบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้วิญญาณคนตายหรือสิ่งอัปมงคลติดตามตัวเข้าไปในบ้าน ในสมัยโบราณพิธีแต่งงานแบบจีนนั้น ในวันก่อนวันแต่งงาน นิยมนำใบเซียนเช่าผสมใบทับทิมแช่น้ำอาบก่อนเข้าสู่พิธีวิวาห์เพื่อความเป็นสิริมงคลและความบริสุทธิ์แก่คู่บ่าวสาว ในการทำการทำน้ำมนต์ในสมัยโบราณ พราหมณ์และผู้รู้ในสมัยก่อนนิยมนำใบและกิ่งก้านของ(仙草) ไปแช่น้ำเพื่อทำน้ำมนต์ประพรมในงานพิธีมงคลต่าง ๆ นอกจากนี้ (仙草) ยังมีสรรพคุณทางยาแก้ร้อนในโดยการนำเมล็ดแก่หรือเมล็ดแห้งพอประมาณมาต้มกับน้ำจนเดือด ใช้ดื่มต่างน้ำชาเพื่อดับพิษร้อนและแก้ร้อนในได้ดี และสามารถประกอบอาหารได้โดยใช้ฝักอ่อนและผลสามารถนำมารับประทานสด ๆ หรือลวกจิ้มน้ำพริกได้ มีรสชาติมันอร่อย
ประวัติและความเป็นมาของต้นพรหมจรรย์ (เซียนเช่า) มีรากฐานลึกซึ้งมาจากวัฒนธรรมและความเชื่อของชาวจีนโบราณมานานหลายพันปี ก่อนจะแพร่ขยายเข้ามาในประเทศไทยตามการอพยพของชาวไทยเชื้อสายจีน ถือเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ตามตำราจีนโบราณไตรภาคีไม้มงคล 3 ชนิด ชาวจีนโบราณจัดให้ เซียนเช่า ทับทิม และท้อ เป็นกลุ่มต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์จากสวรรค์ความหมายของชื่อ คำว่า “เซียนเช่า” (仙草) แปลตรงตัวว่า “หญ้าเซียน” หรือ “หญ้าเทวดา” สะท้อนถึงสถานะพืชชั้นสูงปลูกไว้เป็นเกราะป้องกันหมู่บ้าน ในอดีตตามชนบทของจีน นิยมปลูกพืชชนิดนี้ไว้รอบรั้วบ้านเพื่อเป็นแนวเขตศักดิ์สิทธิ์ ป้องกันวิญญาณเร่ร่อนและพลังงานลบทั้งหลาย การเข้ามาในไทยของต้น”พรหมจรรย์” คาดว่าถูกนำเข้ามาพร้อมกับกลุ่มพ่อค้าและชาวจีนอพยพในช่วงรัตนโกสินทร์ตอนต้น เพื่อใช้ในพิธีกรรมตามประเพณีดั้งเดิมที่มาของชื่อไทย คนไทยเรียกไม้ชนิดนี้ว่า “ต้นพรหมจรรย์” เนื่องจากชาวจีนนำใบของมันมาใช้ในพิธีอาบน้ำชำระร่างกายของคู่บ่าวสาวในวันก่อนแต่งงาน เพื่อแสดงถึงความบริสุทธิ์ ผุดผ่อง ในขณะที่ยังครอง”พรหมจรรย์” และเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความเป็นสิริมงคล ความสำคัญในราชสำนักและพิธีหลวงของไทยนั้นสมัยโบราณพราหมณ์จะถวายใบมะตูมควบคู่กับใบ”พรหมจรรย์”และใช้ใส่ในการทำน้ำเทพมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ต้นพรหมจรรย์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกลุ่มชาวจีน แต่ได้หลอมรวมเข้ากับพิธีกรรมทางพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์ในประเทศไทย ในบันทึกในประวัติศาสตร์ หนังสือ “เทศาภิบาล” ของกระทรวงมหาดไทย มีบันทึกระบุว่า ใบของต้นพรหมจรรย์ (เซียนเช่า) เป็น 1 ใน 8 สิ่งมงคล ที่สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ สังฆนายกฯ วัดมกุฎกษัตริยาราม ใช้ใส่ในบาตรน้ำมนต์เพื่อประกอบพิธีทำน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ร่วมกับใบเงินใบทอง ใบหนาด ใบแฝก ใบหมากผู้ หมากเมีย และส้มป่อย ไม้มงคลโบราณที่นิยมปลูกเพื่อปกป้องบ้านเรือนจากสิ่งชั่วร้าย และนำมาใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและงานมงคลต่าง ๆ
การตั้งข้อสังเกต ศาสนาเต๋าโบราณในประเทศจีนกับศาสนาพราหมณ์นั้นมีความคล้ายคลึงกันอยู่หลายประการ อาทิเช่น ใช้ใบ “พรหมจรรย์” เป็นไม้มงคลชั้นสูงเพราะมี 3 แฉกเหมือนใบมะตูม อันมีความหมายเปรียบเทียบกับ ตรีมูรติ หรือตรีศูลของพระศิวะป็นต้นฯ
บทความโดย เรื่อง “ประวัติความเป็นมาของต้นพรหมจรรย์” พราหมณ์ธวัชชัย วิภีษณพราหมณ์